ผู้ที่มีมหาบุรุษลักษณะ เป็นคำที่ใช้เรียกพระพุทธเจ้าเมื่อก่อนตรัสรู้ ลักษณะของมหาบุรุษมี ๓๒ ประการ คือ
๑. มีพระบาทราบเสมอกัน (พระบาท = เท้า)๒. ลายพื้นพระบาทเป็นจักร (จักร = รูปลอยล้อรถ คือธรรมนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ดุลล้อนำไป สู่ที่หมาย)๓. มีส้นพระบาทยาย (ถ้าแบ่ง ๔ ส่วน พระชงฆ์ตั้งอยู่ในส่วนที่ ๓) (พระชงฆ์ = แข้ง)๔. มีนิ้วยาวเรียว (หมายถึงนิ้วพระหัตถ์และพระบาทด้วย)(นิ้วพระหัตถ์ = นิ้วมือ)๕. ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม๖. ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายดุจตาข่าย๗. มีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ อัฐิข้อพระบาทตั้งลอยอยู่หลังพระบาท กลับกลอกได้คล่อง เมื่อทรงดำเนินผิดกว่าสามัญชน (อัฐิ = กระดูก ดำเนิน = เดิน)๘. พระชงฆ์เรียวดุจแข้งเนื้อทราย๙. เมื่อยืนตรง พระหัตถ์ทั้งสองลูบจับพระชานุ (พระชานุ = เข่า)๑๐. มีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก (พระคุยหะ = อวัยวะที่ลับ)๑๑. มีฉวีวรรณดุจสีทอง (ฉวีวรรณ =สีผิวกาย)๑๒. พระฉวีละเอียด (พระฉวี = ผิว)๑๓. มีเส้นพระโลมาเฉพาะขุมละเส้น ๆ (พระโลมา = ขน)๑๔. เส้นพระโลมาดำสนิทเวียนเป็นทักขิณาวัฏ มีปลายงอนขึ้นข้างบน (ทักขิณาวัฏ = วนเลี้ยวทางขวาอย่างเข็มนาฬิกา)๑๕. พระกายตั้งตรงดุจท้าวมหาพรหม๑๖. มีพระมังสะอูมเต็มในที่ ๗ แห่ง (คือ หลังพระหัตถ์ทั้ง ๒ และหลังพระบาททั้ง ๒ , พระอังสาทั้ง ๒, กับลำพระศอ) (พระมังสะ = เนื้อ , ชิ้นเนื้อ พระอังสา = บ่า,ไหล่ พระศอ = คอ)๑๗. มีส่วนพระสรีระกายบริบูรณ์ (ล่ำพี) ดุจกึ่งท่อนหน้าแห่งพญาราชสีห์ (สรีระ = ร่างกาย)๑๘. พระปฤษฎางค์ราบเต็มเสมอกัน (พระปฤษฎางค์ = ส่วนหลัง,ข้างหลัง)๑๙. ส่วนพระกายเป็นปริมณฑล ดุลปริมณฑลแห่งต้นไทร(พระกายสูงเท่ากับว่าของพระองค์)(วา = เท่ากับ ๔ ศอก ประมาณ 2 เมตร)๒๐. มีลำพระศอกกลมงามเสมอตลอด๒๑. มีเส้นประสาทสำหรับรสพระกระยาหารอันดี๒๒.มีพระหนุดุจคางแห่งราชสีห์ (โค้งเหมือนวงพระจันทร์)(พระหนุ = คาง)๒๓.มีพระทนต์ ๔๐ ซี่ (ข้างละ ๒๐ ซี่) (พระทนต์ = ฟัน)๒๔.มีพระทนต์เรียบเสมอกัน๒๕.พระทนต์เรียบสนิทมิได้ห่าง๒๖.เขี้ยวพระทนต์ทั้ง 4 ขาวงามบริสุทธ์๒๗.พระชิวหาอ่อนและยาว (อาจแผ่ปกพระนลาฏใต้)(พระชิวหา = ลิ้น พระนลาฎ = หน้าผาก)๒๘.พระสุรเสียงดุจท้าวมหาพรหม ตรัสมีสำเนียงดุจนกการเวก๒๙.พระเนตรแจ่มใสดุจตาลูกโคเพิ่งคลอด๓๐.ดวงพระเนตรแจ่มใสดุจตาลูกโคเพิ่งคลอด๓๑.มีอุณาโลมระหว่างพระโขนง เวียนขวาเป็นทักขิณาวัฏ (อุณาโลม = ขนระหว่างคิ้ว)๓๒.มีพระเศียรงามบริบูรณ์ดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ (พระเศียร = ศีรษะ)
นอกเหนือจากมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการแล้ว ยังมีลักษณะข้อปลีกย่อยของพระมหาบุรุษ นิยมเรียกกันว่า "อสีตยานุพยัญชนะ" หรือ อนุพยัญชนะ" อีก ๘๐ ประการด้วยกัน คือ
๑. มีนิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทอันเหลืองงาม๒. นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทเรียวออกไปโดยลำดับแต่ต้นจนปลาย๓. นิ้วพระหัตถ์แลนิ้วพระบาทกลมดุจนายช่างกลึงเป็นอันดี๔. พระนขาทั้ง ๒๐ มีสีอันแดง (พระนขา = เล็บ)๕. พระนขาทั้ง ๒๐ นั้น งอนงามช้อนขึ้นเบื้องบนมิได้ค้อมลงเบื้องต่ำ ดุจเล็บแห่งสามัญชนทั้งปวง๖. พระนขานั้นมีพรรณอันเกลี้ยงกลมสนิทมิได้เป็นริ้วรอย๗. ข้อพระหัตถ์และข้อพระบาทซ่อนอยู่ในพระมังสะมิได้สูงขึ้นปรากฏออกมาภายนอก๘. พระบาททั้งสองเสมอกันมิได้ย่อมใหญ่กว่ากันมาตรว่าเท่าเมล็ดงา๙. พระดำเนินงามดุจอาการเดินแหงกุญชรชาติ๑๐. พระดำเนินงามดุจสีหราช๑๑. พระดำเนินงามดุจดำเนินแห่งหงส์๑๒. พระดำเนินงามดุจอสุภราชดำเนิน๑๓. ขณะเมื่อยืนจะย่างดำเนินนั้น ยกพระบาทเบื้องขวาย่างไปก่อน พระกายเยื้องไปข้างเบื้องขวาก่อน๑๔. พระชานุมณฑลเกลี้ยงกลมงามบริบูรณ์ บ่มิได้เห็นอัฏฐิสะบ้าปรากฏออกมาภายนอก๑๕. มีบุรุษพยัญชนะบริบูรณ์ คือมิได้กิริยามารยาทคล้ายสตรี๑๖. พระนาภีมิได้บกพร่อง กลมงามมิได้วิกลในที่ใดที่หนึ่ง (พระนาภี = สะดือ)๑๗. พระอุทรมีสัณฐานอันลึก (พระอุทร = ท้อง)๑๘. ภายในพระอุทรมีรอยเวียนเป็นทักขิณาวัฏ๑๙. ลำพระเพลาทั้งสองงามดุจลำสุวรรณกัททลี (พระเพลา = ตัก, ขา สุวรรณกัททลี = ลำต้นกล้วยสีทอง)๒๐. งวงแห่งเอราวัณวัณเทพหัตถี (เอราวัณเทพยหัตถี = ช้าง ๓๓ เศียร เป็นพาหนะของพระอินทร์)๒๑. พระอังคาพยพใหญ่น้อยทั้งปวงจำแนกเป็นอันดี คืองามพร้อมทุกสิ่งหาที่ตำหนิบ่มิได้ (พระอังคาพยพ = องคาพยพ = ส่วนน้อยใหญ่แห่งร่างกาย,อวัยวะน้อยใหญ่)๒๒. พระมังสะที่ควรจะหนาก็หนา ที่ควรบางก็บางตามที่ทั่วทั้งพระสรีรกาย๒๓. พระมังสะมิได้หดหู่ในที่ใดที่หนี่ง๒๔. พระสรีกายทั้งปวงปราศจากต่อมและไฝปาน มูลแมลงวันมิได้มีในที่ใดที่หนึ่ง๒๕. พระกายงามบริสุทธิ์พร้อมสมกันโดยตามลำดับทั้งเบื้องบนแลเบื้องล่าง ๒๖. พระกายงามบริสุทธิ์สิ้นปราศจากมลทินทั้งปวง๒๗. ทรงพระกำลังมาก เสมอด้วยกำลังแห่งกุญชรชาติประมาณถึงพันโกฏิช้าง ถ้าจะประมาณด้วยกำลังบุรุษก็ได้ถึงแสนโกฏิบุรุษ (โกฏิ = สิบล้าน)๒๘. มีพระนาสิกอันสูง (พระนาสิก = จมูก)๒๙. สัณฐานพระนาสิกงามแฉล้ม ๓๐. มีพระโอษฐเบื้องบนเบื้องต่ำมิได้เข้าออกกว่ากัน เสมอเป็นอันดี มีพรรณแดงงามดุจสีผลตำลึงสุก (พระโอษฐ = ปาก, ริมฝีปาก)๓๑. พระทนต์บริสุทธิ์ปราศจากมูลมลทิน๓๒. พระทนต์ขาวดุจดังสีสังข์๓๓. พระทนต์เกลี้ยงสนิทมิได้เป็นริ้วรอย๓๔. พระอินทรีย์ทั้ง ๕ มีจักขุนทรีย์ เป็นอาทิงามบริสุทธิ์ทั้งสิ้น(พระอินทรีย์ = ร่างกายและจิตใจ)๓๕. พระเขี้ยวทั้ง 4 กลมบริบูรณ์๓๖. ดวงพระพักตร์มีสัณฐานขาวสวย๓๗. พระปรางค์ทั้งสองดูเปล่งงามเสมอกัน (พระปรางค์ = แก้ม)๔๐. ลายพระหัตถ์มีรอยอันตรง บ่มิได้ค้อมคด๔๑. สายพระหัตถ์มีรอยอันแดงรุ่งเรือง๔๒. รัศมีพระกายโอภาสเป็นปริมณฑลโดยรอบ๔๓.กระพุ้งพระปรางค์ทั้งสองเคร่งครัดบริบูรณ์๔๔. กระบอกพระเนตรกว้างแลยาวงามพอสมกัน๔๕. ดวงเนตรกอปรด้วยประสาททั้ง ๕ มีขาวเป็นอาทิผ่องใสบริสุทธิ์ทั้งสิ้น๔๖. ปลายเส้นพระโลมาทั้งหลายมิได้วอมิได้คด๔๗. พระชิวหามีสัณฐานอันงาม๔๘. พระชิวหาอ่อนบ่มิได้กระด้าง มีพรรณอันแดงเข้ม๔๙. พระกรรณทั้งสองมีสันฐานอันยาวดุจกลีบปทุมชาติ (พระกำรณ = หู)๕๐. ช่องพระกรรณมีสัณฐานอันกลมงาม๕๑. ระเบียบพระเส้นทั้งปวงนั้นสละสลวยบ่มิได้หดหู่ในที่อันใดอันหนึ่ง๕๒. แถวพระเส้นทั้งหลายซ่อนอยู่ในพระมังสะทั้งสิ้น บ่อมิได้เป็นคลื่นฟูขึ้นเหมือนสามัญชนทั้งปวง๕๓. พระเศียรมีสัณฐานอันงาม๕๔. ปริมณฑลพระนลาฏโดยกว้างยาวพอสมกัน๕๕. พระนลาฏมีสันฐานอันงาม๕๖. พระโขนงมีสันฐานอันงามดุจกันธนูอันก่งไว้๕๗. พระโลมาที่พระโขนงมีเส้นอันละเอียด๕๘. เส้นพระโลมาที่พระโขนงงอกขึ้นแล้วราบไปโดยลำดับ๕๙. พระโขนงนั้นใหญ่๖๐. พระโขนงนั้นยาวสุดหางพระเนตร๖๑. ผิวพระมังสะละเอียดทั่วทั้งพระวรกาย๖๒. พระสรีรกายรุ่งเรืองไปด้วยสิริ๖๓. กลิ่นพระเกสาหอมฟุ้งขจรตลบ๖๗. พระโลมามีเส้นเสมอกันทั้งสิ้น๖๘. พระโลมามีเส้นละเอียดทั่วทั้งพระกาย๖๙. ลมอัสสะปัสสาสะลมหายพระทัยเข้าออกก็เดินละเอียด๗๐. พระโอษฐมีสันฐานอันงามดุจแย้ม๗๑. กลิ่นพระโอษฐหอมดุจกลิ่นอุบล (อุบล = ดอกบัว,บัว)๗๒. พระเกสาดำเป็นแสง (พระเกสา = ผม)๗๓. กลิ่นพระเกสาหอมฟุ้งขจรตลบ๗๔. พระเกสาหอมดุจกลิ่นโกมลบุบผชาติ๗๕. พระเกสามีสันฐานเส้นกลมสลวยทุกเส้น๗๖. พระเกสาดำสนิททุกเส้น๗๗. พระเกสากอปรด้วยเส้นอันละเอียด๗๘. เส้นพระเกสามิได้ยุ่งเหยิง๗๙. เส้นพระเกสาเวียนเป็นทักขิณาวัฏทุกๆ เส้น๘๐. วิจิตรไปด้วยระเบียบพระเกตุมาลา กล่าวคือถ่องแถวแหงพระรัศมีอันโชตนาการขึ้น ณ เบื้องบนพระอุตมังคสิโรตม์ (พระเกตุมาลา = รัศมีซึ่งเปล่งอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า